วันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2561

หา Passion ตัวเองให้เจอ

คำว่า Passion นี้ หากแปลเป็นไทย ตามความหมายของพจนานุกรมแปล อังกฤษ-ไทย ของ อ. สอ เสถบุตร แล้วแปลว่า กิเลส, ความโลภ โกรธ หลง, ตัณหา, เจ้าโมโห, ชอบ, เต็มไปด้วยความรู้สึกอย่างดูดดื่ม, หลงใหล  อ่านดูแล้วจะค่อนข้างมีความรู้สึกไปในทางลบ แต่ในยุคเศรษฐกิจดิจิตอล หรือประเทศไทย 4.0 นี้ ถือว่าเป็นหัวใจของธุรกิจเลยทีเดียว 



คุณลักษณะของผู้ประกอบการธุรกิจในยุคดิจิตอลนี้ กูรูทางธุรกิจหลายสำนักบอกว่า ต้องเริ่มต้นจาก Passion ของตนเองเสียก่อน ซึ่งอาจแปลได้ว่า  "ความหลงไหลหรือความชอบ"     

หากคุณยังหา Passion ของตัวเองไม่พบ ยากมากที่คุณจะทำธุรกิจในยุคนี้ 

หา Passion ตัวเองให้เจอ
ในปัจจุบัน มีคนหลายกลุ่มที่มี Passion ของตัวเอง เช่น หลงไหลในการวิ่ง หลงไหลในการขี่จักรยาน หลงไหลในการขับขี่มอเตอร์ไซต์คันใหญ่ๆ หลงไหลในการท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ หลงไหลในการใช้ชีวิตกลางแจ้ง หลงไหลในการเดินป่าดำน้ำ หลงไหลในการใช้ชีวิตแบบผจญภัย หลงไหลในการใช้เทคโนโลยี หลงไหลในการดูหนังฟังเพลง ฯลฯ  ความหลงไหลเหล่านี้เอง ก่อให้เกิดกิจกรรมมากมายในสังคม และก็ยังก่อให้เกิดธุรกิจในด้านนั้นๆ ตามไปด้วย

หากคุณขี่จักรยานไม่เป็น คุณไม่มีทางที่จะทำธุรกิจขายจักรยานได้
หากคุณไม่เคยออกไปเดิน-วิ่ง คุณไม่มีทางที่จะทำธุรกิจขายรองเท้าวิ่งได้
หากคุณไม่เคยเดินป่า คุณก็จะไม่มีทางจะทำธุรกิจขายอุปกรณ์เดินป่าได้ เช่นกัน 
ฯลฯ



ตัวผมเองอายุจวนจะใกล้  60 ปี แล้ว ผมยังคิดว่า ผมยังหา Passion ของตนเองไม่พบเช่นกัน ขณะนี้ ผมกำลังพยายามทำหลายอย่างมาก เช่น การจัดทำพิพิธภัณฑ์ การจัดตั้งวงดนตรีเล็กๆ การสอนการดำน้ำลึก การจัดตั้งสถาบันเพื่อการจัดการความรู้  การเป็นนักเขียน  นักเป็นนักถ่ายทำสารคดี การบินโดรนเพื่อถ่ายภาพทางอากาศ  ฯลฯ  และก็ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากจะทำ คือ การเป็นไกด์นำเที่ยว การเป็น Curator แกลเลอรี่แสดงงานศิลปะ เป็นต้น  

เชื่อไหมครับ? ว่าขณะนี้ ผมยังทำมันไม่สำเร็จสักอย่างเลย แสดงว่าผมมีความหลงไหล (เทียม) มากเกินไป เลยหาความหลงไหล (จริงๆ)  ไม่ได้เสียที  มีแต่ "ความอยาก"ระคนปนเปกับ "ความฝัน" เต็มไปหมด     

Follow Your Passion
หลายคนที่มีงานทำอยู่ในขณะนี้ อาจเป็นแค่ทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ แต่อาจไม่ได้ทำงานที่ตัวเองรักหรือชอบจริงๆ  คนรุ่นหนุ่มสาวหลายคนเปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น  หลายคนก็ลาออกจากงานมาประกอบอาชีพส่วนตัวที่รักและชอบ  บ้างก็สำเร็จ บ้างก็ล้มเหลว  นั่นอาจเป็นเพราะพวกเขายังหา Passion ของตนเองไม่พบ   



กล้าที่จะเดินไปตามฝันตนเอง
ผมอยากให้คนรุ่นหนุ่มสาวสมัยใหม่ กล้าที่จะเดินไปตามฝันของตัวเอง แต่เขาจะต้องหา Passion ที่แท้จริงให้พบแล้วจึงค่อยเดินไป ที่ประเทศไทยเราไม่พัฒนาก้าวไปไหนเหมือนประเทศอื่นๆ  อาจเป็นเพราะค่านิยมเก่าๆ ที่พยายามปลูกฝังไว้ คือ การได้เป็นข้าราชการ เป็นทหาร เป็นตำรวจ เป็นเจ้าคนนายคน การมีงานทำที่มั่นคง     

ปัจจุบัน ระบบนิเวศน์ทางการศึกษา สังคมเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจของประเทศไทย ไม่เอื้ออำนวยให้คนรุ่นใหม่ กล้าที่จะคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อที่จะรังสรรค์สรรค์งานใหม่ๆ  ตาม Passion ของตนเอง หากเป็นเช่นนี้แล้ว การที่จะเป็น Start up ในยุคไทยแลนด์ 4.0 คงยากที่จะเกิดขึ้น คนไทยคงเป็นได้แค่ "ผู้ใช้ ผู้ซื้อ ผู้บริโภค" เหมือนเดิม ไม่สามารถที่จะยกตนเองให้กลายเป็น "ผู้ผลิต" ได้  

จงตามหา Passion ตัวเองให้เจอ

******************  
จุฑาคเชน : 17 ม.ค.2561    
อ่านต่อ >>

วันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2561

อย่ารักเด็กแค่วันเดียวต่อปี หากรักเด็กจริงต้องสร้างครู

รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี
เป็นคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ  ประจำปี 2561 ของ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 29 ซึ่งมอบให้เด็กๆ สมัยปัจจุบัน นำไปใช้เป็นแนวทางในการประพฤติและปฏิบัติตัว 




งานวันเด็กแห่งชาติ เริ่มจัดครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2498 ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี โดยข้อเสนอของ นาย วี เอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์กรสมาพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศ ในขณะนั้น (อ่านรายละเอียด ซึ่งพอที่จะสรุปวัตถุประสงค์สำคัญได้ 2 ประการ คือ
  1. สำหรับผู้ใหญ่ : ให้ตะหนักถึงความสำคัญของเด็ก ที่จะต้องช่วยกันสร้างให้เขาเจริญเติบโตขึ้นมาเป็นคนดี เพื่อพัฒนาบ้านเมืองแทนตนเองต่อไป 
  2. สำหรับเด็ก : ให้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเองที่จะต้องเป็นคนดีของสังคม  เพราะเมื่อเติบโตขึ้นมา จะต้องทำหน้าที่พัฒนาบ้านเมืองแทนผู้ใหญ่ต่อไป      
หากลองนำคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ตั้งแต่ พ.ศ.2499 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน รวมแล้ว 19 นายกรัฐมนตรี จำนวน 54 คำขวัญ มาเรียบเรียงเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีแต่ละท่าน แต่ละยุคสมัย จะสามารถจัดกลุ่มของคำขวัญที่นายกรัฐมนตรีไทย ที่อยากจะให้เด็กไทยเป็น โดยเรียงตามลำดับความถี่ ได้ดังนี้
  1. มีความรักเรียน ขยันเรียน ใฝ่หาความรู้ (31 ครั้ง)
  2. เป็นเด็กดี ใฝ่ดี มีความประพฤติเรียบร้อย  (14  ครั้ง)
  3. เป็นเด็กที่มีระเบียบวินัย (14 ครั้ง)
  4. กล้าคิด กล้าพูด อย่างสร้างสรรค์ (14 ครั้ง)
  5. เป็นเด็กที่มีคุณธรรม (11 ครั้ง)
  6. เป็นความหวังในการพัฒนาชาติต่อไป  (9 ครั้ง)
  7. มีความรัก สามัคคี (9 ครั้ง)
  8. มีความซื่อสัตย์ สุจริต (7 ครั้ง)
  9. รู้จักการประหยัด (6 ครั้ง)
  10. มีความรักชาติ (5 ครั้ง)
  11. มีความนิยมไทย รักษาความเป็นไทย (4 ครั้ง)
  12. เป็นเด็กฉลาด (4 ครั้ง)
  13. เป็นเด็กที่มีความมานะ อดทน (3 ครั้ง)
  14. มีความรักในศาสนา (3 ครั้ง)
  15. มีความรักในสถาบันพระมหากษัตริย์ (3 ครั้ง)
  16. รู้จักหน้าที่ของตนเอง (3 ครั้ง)
  17. รักษ์และสืบสานวัฒนธรรมไทย (3 ครั้ง)
  18. หลีกเหลี่ยงอบายมุขและยาเสพติด (3 ครั้ง)
  19. บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์  มีจิตสาธารณะ  (2 ครั้ง)
  20. ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย (2 ครั้ง)
  21. รักษาสิ่งแวดล้อม (2 ครั้ง)
  22. อื่นๆ เช่น รักความสะอาด มีสัมมาคารวะ แข็งแรง รักพ่อแม่ ใช้ชีวิตพอเพียง รอบคอบ กตัญญู (อย่างละ 1 ครั้ง)
จะเห็นได้ว่า ความอยากที่จะเด็กไทยรักเรียน ขยันเรียน หมั่นใฝ่หาความรู้ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่นายกรัฐมนตรีเกือบทุกยุค ทุกสมัย คาดหวัง  รองลงมาคือ การเป็นคนดี การเป็นเด็กที่มีระเบียบวินัย การเป็นเด็กที่กล้าคิด กล้าพูด  ตามลำดับ




การให้ศึกษา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับเด็ก
จากผลสรุปคำขวัญคำเด็กของนายกรัฐมนตรีฯ  ที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า การให้ศึกษาแก่เด็ก ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ที่รัฐจะต้องจัดให้แก่เด็กอย่างมีประสิทธิภาพ  แต่ ทำไม? จนถึงวันนี้ การศึกษาไทยก็ยังมีปัญหาอยู่ดี การปฏิรูปการศึกษา ผ่านมากี่ยุค กี่สมัย กี่รัฐบาล ยังไม่สำเร็จเสียที  สังเกตุได้ว่า ไม่เคยมีประเทศไหนเอาตัวอย่างระบบการจัดการศึกษาของไทยไปใช้เป็นตัวอย่างเลย  มีแต่เราพยายามจะไปลอกเลียนแบบเขามา แต่ก็ไม่เห็นสำเร็จสักที ก็เป็นที่น่าสงสัยอยู่เหมือนกันว่า ผู้บริหารบ้านเมืองของเรา กำลังสาละวนทำเรื่องอะไรกันอยู่... 

ปัจจุบัน การให้การศึกษาแก่ "เด็กไทย"  ส่วนใหญ่อยู่ในมือของ "ครู"  
ดังนั้น หากรักเด็กจริง เราจึงจำเป็นต้องช่วยกันสร้าง "ครูที่ดี" ให้แก่เด็กของเรานั่นเอง          

                
เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
คำขวัญวันเด็กที่ผมจำได้แม่นกว่าคำขวัญอื่นๆ คือ เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ เป็นคำขวัญของ จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนั้น ผมอายุเพียง 12 ปี กิจกรรมในงานวันเด็กสมัยนั้นก็ไม่แตกต่างจากปัจจุบันมากนัก  เช่น การจับสลากของขวัญ มีเกมให้เล่นล่ารางวัล มีการแสดงบนเวทีให้ดู มีอาวุธยุทโธปกรณ์แปลกๆ มาแสดงให้ดูให้สัมผัส  มีอาหาร ขนม ไอติม แจกให้รับประทานฟรี ฯลฯ  

งานวันเด็กแห่งชาติ จัดมา 63 ปี แล้ว ไม่รู้สร้างสำนึกให้เด็กในแต่ละสมัยได้จริงหรือปล่าว  ผู้ใหญ่ที่ปกครองบ้านเมืองอยู่ในวันนี้ ส่วนใหญ่ก็เคยผ่านงานวันเด็กในสมัยที่ท่านเป็นเด็กมาแล้วเกือบทั้งสิ้น แต่ประเทศไทยเรา ก็ยังไม่ก้าวเดินเป็นประเทศพัฒนาเสียที แสดงว่า การจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ที่ผ่านมาไม่เคยสร้างความตระหนักให้แก่เด็กไทยได้เลย

อย่ารักเด็กแค่วันเดียวต่อปี

***************************
ชาติชาย ศึกษิต : 11 ม.ค.2561     

อ่านต่อ >>

วันอังคารที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2561

หนึ่งในความเชี่ยวชาญของข้าราชการไทย คือ การจัดกิจกรรม

ปัจจุบัน หน่วยราชการแต่ละกระทรวงทบวงกรม ต้องจัดโครงการและกิจกรรมต่างๆ อย่างหลากหลายเพื่อสนองตอบต่อกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ ทั้งในระดับโลก ระดับชาติ รวมทั้งระดับนโยบายของรัฐบาล ตามภารกิจที่เกี่ยวข้อง ส่วนบางโครงการ บางกิจกรรม ก็คิดขึ้นเองบ้าง ฟังชื่อแต่ละโครงการแล้ว ไอเดียกระฉูด "ฟังดูกิ๋บเก๋ บางครั้งก็ยืดยาวจนจำไมได้ " หลังเสร็จกิจกรรมก็ถ่ายรูปรายงาน ลงเฟส ลงไลน์ ลงโซเซียลมีเดียต่างๆ เป็นอันว่าจบกัน  แต่เอาเข้าจริง ไม่รู้ว่ามีการประเมินผลตามหลังหรือไม่ว่า มันสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือไม่ อย่างไร?  

ที่มาของภาพ : http://www.rsinternationalday.com/vendors.html

ประเภทโครงการและกิจกรรมที่หน่วยราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องจัดให้มีขึ้น อาจสามารถแยกย่อยได้ตามวาระต่างๆ ได้ ดังนี้  

กิจกรรมตามวันสำคัญของโลก  
  • 4 กุมภาพันธ์  : วันมะเร็งโลก
  • 2 กุมภาพันธ์  : วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
  • 3 มีนาคม : วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก
  • 8 มีนาคม : วันสตรีสากล
  • 15 มีนาคม : วันสิทธิผู้บริโภคสากล
  • 21 มีนาคม : วันกวีนิพนธ์สากล / วันป่าไม้โลก
  • 22 มีนาคม : วันอนุรักษ์น้ำโลก
  • 23 มีนาคม : วันอุตุนิยมวิทยาโลก
  • 4 เมษายน : วันทุ่นระเบิดสากล
  • 7 เมษายน : วันอนามัยโลก
  • 22 เมษายน : วันคุ้มครองโลก
  • 29 เมษายน : วันเต้นรำสากล
  • 8 พฤษภาคม : วันกาชาดสากล
  • 12 พฤษภาคม : วันพยาบาลสากล
  • 22 พฤษภาคม : วันสากลความหลากหลายทางชีวภาพ
  • 23 พฤษภาคม : วันเต่าโลก
  • 31 พฤษภาคม : วันงดสูบบุหรี่โลก
  • 1 มิถุนายน : วันดื่มนมโลก
  • 5 มิถุนายน : วันสิ่งแวดล้อมโลก
  • 8 มิถุนายน : วันมหาสมุทรโลก หรือวันทะเลโลก
  • 17 มิถุนายน : วันต่อต้านปัญหาภัยแล้งและฝนแล้งของโลก
  • 16 กันยายน : วันโอโซนโลก
  • 21 กันยายน : วันสันติภาพโลก
  • 22 กันยายน : วันแรดโลก /วันปลอดรถสากล (World Car Free Day)
  • 27 กันยายน : วันท่องเที่ยวโลก
  • 28 กันยายน : วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก
  • 1 ตุลาคม : วันผู้สูงอายุสากล
  • 9 ตุลาคม : วันไปรษณีย์โลก
  • 15 ตุลาคม : วันล้างมือโลก
  • 16 ตุลาคม : วันอาหารโลก
  • 24 ตุลาคม : วันสหประชาชาติ 
  • 1 ธันวาคม : วันเอดส์โลก
  • 3 ธันวาคม : วันคนพิการสากล
  • 5 ธันวาคม : วันดินโลก 
  • 9 ธันวาคม : วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล
  • 10 ธันวาคม : วันสิทธิมนุษยชนสากล
  • 15 ธันวาคม : วันชาสากล
กิจกรรมตามวันสำคัญของชาติ 
  • 13 มกราคม : วันการบินแห่งชาติ
  • เสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม : วันเด็กแห่งชาติ
  • 14 มกราคม : วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ
  • 17 มกราคม : วันโคนมแห่งชาติ
  • 2 กุมภาพันธ์ : วันนักประดิษฐ์  / วันเกษตรแห่งชาติ 
  • 13 กุมภาพันธ์ : วันรักนกเงือก
  • 24 กุมภาพันธ์ : วันศิลปินแห่งชาติ
  • 25 กุมภาพันธ์ : วันวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติ
  • 26 กุมภาพันธ์ : วันสหกรณ์แห่งชาติ
  • 13 มีนาคม : วันช้างไทย 
  • 20 มีนาคม : วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ
  • 1 เมษายน : วันออมสินของไทย
  • 2 เมษายน : วันอนุรักษ์มรดกไทย
  • 12 เมษายน : วันป่าชุมชนชายเลนไทย
  • 13 เมษายน : วันผู้สูงอายุแห่งชาติ (หยุดราชการ)
  • 14 เมษายน : วันครอบครัวไทย (หยุดราชการ)
  • 30 เมษายน : วันคุ้มครองผู้บริโภคไทย
  • 1 พฤษภาคม : วันแรงงานแห่งชาติ (ผู้ใช้แรงงานหยุด)
  • 24 มิถุนายน : วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง
  • 26 มิถุนายน : วันสุนทรภู่ / วันต่อต้านยาเสพติด
  • 1 กรกฎาคม : วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ 
  • 29 กรกฎาคม : วันภาษาไทยแห่งชาติ
  • 1 สิงหาคม : วันสตรีไทย
  • 4 สิงหาคม : วันสื่อสารแห่งชาติ / วันสัตวแพทย์ไทย
  • 12 สิงหาคม : วันแม่แห่งชาติ (หยุดราชการ)
  • 16 สิงหาคม : วันสันติภาพไทย
  • 18 สิงหาคม : วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
  • 19 กันยายน : วันพิพิธภัณฑ์ไทย
  • 20 กันยายน : วันเยาวชนแห่งชาติ / วันอนุรักษ์รักษาคูคลองแห่งชาติ
  • 21 กันยายน : วันประมงแห่งชาติ
  • 28 กันยายน : วันพระราชทานธงชาติไทย
  • 14 ตุลาคม : วันประชาธิปไตย
  • 19 ตุลาคม : วันเทคโนโลยีของไทย
  • 21 ตุลาคม :วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ / วันพยาบาลแห่งชาติ / วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ / วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ 
  • 31 ตุลาคม : วันออมแห่งชาติ
  • 11 พฤศจิกายน : วันคนพิการแห่งชาติ
  • 14 พฤศจิกายน : วันพระบิดาแห่งฝนหลวง
  • 25 พฤศจิกายน : วันประถมศึกษาแห่งชาติ
  • 27 พฤศจิกายน : วันสาธารณสุขแห่งชาติ
  • 4 ธันวาคม : วันสิ่งแวดล้อมไทย
  • 5 ธันวาคม : วันพ่อแห่งชาติ / วันชาติ 
  • 10 ธันวาคม : วันรัฐธรรมนูญ
  • 16 ธันวาคม : วันกีฬาแห่งชาติ
  • 26 ธันวาคม : วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ
กิจกรรมตามวันสำคัญของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์
  • 8 มกราคม : วันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์
  • 17 มกราคม : วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
  • 19 มกราคม : วันยุทธหัตถี/วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
  • 31 มีนาคม : วันพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
  • 2 เมษายน : วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 
  • 5 เมษายน : วันพระราชสมภพ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
  • 6 เมษายน : วันจักรี
  • 25 เมษายน : วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
  • 29 เมษายน : วันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ
  • 9 มิถุนายน : วันอานันทมหิดล
  • 4 กรกฎาคม : วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
  • 13 กรกฎาคม : วันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
  • 28 กรกฎาคม : วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
  • 13 ตุลาคม : วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
  • 21 ตุลาคม : วันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จย่า 
  • 23 ตุลาคม : วันปิยมหาราช 
  • 25 พฤศจิกายน : วันวชิราวุธ 
  • 5 ธันวาคม : วันคล้ายวันพระราชสมภพ รัชกาลที่ 9
  • 7 ธันวาคม : วันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
  • 28 ธันวาคม : วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
กิจกรรมตามวันสำคัญของหน่วยงาน/องค์กร และสาขาอาชีพต่างๆ 
  • 16 มกราคม : วันครู (ข้าราชการครูหยุด)
  • 18 มกราคม : วันกองทัพไทย / วันกองทัพบก 
  • 3 กุมภาพันธ์ : วันทหารผ่านศึก
  • 10 กุมภาพันธ์ : วันอาสารักษาดินแดน
  • 5 มีนาคม : วันนักข่าว
  • 27 มีนาคม : วันที่ระลึกกองทัพอากาศ
  • 1 เมษายน : วันข้าราชการพลเรือน
  • 24 เมษายน : วันเทศบาล
  • 7 สิงหาคม : วันรพี
  • 1 กันยายน : วันสืบ นาคะเสถียร
  • 15 กันยายน : วันศิลป์ พีระศรี
  • 24 กันยายน : วันมหิดล
  • 13 ตุลาคม : วันตำรวจ
  • 20 พฤศจิกายน : วันกองทัพเรือ
  • 1 ธันวาคม : วันดำรงราชานุภาพ
  • วันคล้ายวันสถาปนาหรือวันถือกำเนิดของหน่วยงานตนเอง
  • ฯลฯ
กิจกรรมทางศาสนา ประเพณี วัฒนธรรมและเทศกาล ต่างๆ
  • 1 มกราคม : วันขึ้นปีใหม่ (หยุดราชการ)
  • ห้วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ : วันตรุษจีน
  • ห้วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม : วันมาฆบูชา (หยุดราชการ)
  • 14 กุมภาพันธ์ : วันวาเลนไทน์
  • ห้วงเดือนเมษายน : วันเช็งเม้ง
  • 13 เมษายน : วันสงกรานต์  (หยุดราชการ)
  • ห้วงเดือนพฤษภาคม : วันวิสาขบูชา (หยุดราชการ)
  • ห้วงเดือนพฤษภาคม : วันพืชมงคล (หยุดราชการ)
  • ห้วงเดือนกรกฎาคม : วันอาสาฬหบูชา (หยุดราชการ)
  • ห้วงเดือนกรกฎาคม : วันเข้าพรรษา (หยุดราชการ)
  • ห้วงเดือนกันยายน : วันสารทจีน
  • ห้วงเดือนตุลาคม : วันไหว้พระจันทร์
  • ห้วงเดือนตุลาคม : วันออกพรรษา
  • ห้วงเดือนตุลาคม : เทศกาลกินเจ
  • 31 ตุลาคม : วันฮาโลวีน
  • ห้วงเดือนพฤศจิกายน : วันลอยกระทง
  • 25 ธันวาคม : วันคริสต์มาส
  • 31 ธันวาคม : วันสิ้นปี (หยุดราชการ)
กิจกรรมที่กล่าวมาส่วนใหญ่เป็นงานประจำที่มีขึ้นทุกปี ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ที่มักเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวตามนโยบายของรัฐบาล/กระทรวงต้นสังกัด/ของจังหวัด หรือของท้องถิ่น เช่น
  • โครงการจำหน่ายสินค้าราคาถูกให้ประชาชน ในรูปแบบต่างๆ
  • โครงการส่งเสริมศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม 
  • โครงการส่งเสริมประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี
  • โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว
  • โครงการด้านสาธารณสุข เช่น การป้องกันโรค รักษาโรค
  • โครงการช่วยเหลือการกุศลต่างๆ 
  • โครงการเดิน วิ่ง จักรยาน ออกกำลังกาย ส่งเสริมสุขภาพ
  • ฯลฯ  
นักจัดกิจกรรม
ดูกิจกรรมที่ได้รวบรวมมา ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นประจำทุกปี หรือกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวตามนโยบายของผู้บริหาร ส่วนใหญ่หน่วยราชการที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับวันสำคัญหรือกิจกรรมนั้นๆ จะเป็นผู้จัด โดยในแต่ละครั้งก็จะได้รับการจัดสรรงบประมาณไว้สำหรับจัดกิจกรรมนั้นๆ เป็นการเฉพาะ

ปัจจุบันจึงมีคำกล่าวที่ว่า ความเชี่ยวชาญของข้าราชการไทยส่วนใหญ่  คือ การจัดกิจกรรม การจัดฉากและการสร้างภาพล้วนเป็นความสามารถเฉพาะตัวที่สำคัญ การเกณฑ์กลุ่มเป้าหมายหรือเครือข่ายต่างๆ มาร่วมงานให้เยอะๆ ยิ่งถือเป็นความสำเร็จ หากปีไหน หัวหน้าหน่วยราชการนั้นๆ จัดกิจกรรมดูดีมีความริเริ่มใหม่ๆ บรรลุตามวัตถุประสงค์ ก็ถือว่าสำเร็จเป็นที่ชื่นชอบของผู้บังคับบัญชา  แต่หากพูดถึงผลสำเร็จระยะยาวและมีความยั่งยืนหรือไม่นั้น ผมไม่กล้าที่จะวิพากย์วิจารณ์ แต่ละหน่วยงานคงรู้ดีอยู่แก่ใจ
     
น่าสงสารผู้บริหาร
ผมดูวาระงานของหัวหน้าหน่วยงานแต่ละท่าน โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดแล้ว น่าสงสาร วันๆ ต้องไปเปิดกิจกรรมนั้น โครงการนี้ ทั้งเช้าสาย-บ่าย-ค่ำ  ทั้งวันเสาร์วันอาทิตย์  ทั้งงานราชการและงานการกุศล ยังไม่รวมการประชุมคณะกรรมการย่อยๆ อีกไม่รู้กี่คณะ เห็นแล้วเหนื่อยแทน ไม่รู้ว่าท่านแบ่งเวลาตอนไหนไปนั่งคิดทบทวนเพื่อพัฒนาอะไรใหม่ๆ ให้กับบ้านเมือง

หลายคนบอกว่า การที่ท่านไปร่วมกิจกรรมหรือโครงการ ก็คือการทำงานอย่างหนึ่งของท่าน  หากงานไหน ท่านไม่ไปร่วมหรือไม่ไปเปิดงานด้วยตนเอง เจ้าของงานถึงกับโกรธกันเลยก็มี

ไม่ชอบฟังเรื่องจริง
ผู้บริหารหรือหัวหน้าหน่วยงานบางแห่ง บางสำนัก มักไม่ค่อยชอบฟังเรื่องจริง ไม่ว่าจะจัดกิจกรรมใดๆ พวกอยู่รอบข้างรอบกายล้วนเอออวย...ว่าสำเร็จไปเสียทั้งหมด งบประมาณการจัดกิจกรรมล้วนถูกละลายทิ้งลงแม่น้ำไป แทบไม่ได้ผลอะไรกลับคืนมา

หากท่านลองลงไปฟังเสียงมดตัวเล็กๆ ที่คลานอยู่ตามพื้นดิน ดูบ้าง ท่านอาจจะได้รับรู้เรื่องราวที่แท้จริง ในบางแง่บางมุมที่ท่านอาจไม่เคยฟัง   



ลองทบทวนการจัดกิจกรรมวันสำคัญในระดับโลก และระดับชาติ ซึ่งจัดกันเป็นประจำทุกปีดู หากกิจกรรมนั้นเกิดผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์จริงๆ แล้ว ประเทศไทย..น่าจะเป็นประเทศที่ศิวิไลซ์ไปนานแล้ว

****************** 
จุฑาคเชน : 9 ม.ค.2561
อ่านต่อ >>